
เรียน forex ชั้น เตรียมอนุบาล
การซื้อขายสองชนิด
การวิเคราะห์มีอยู่ 2 ชนิด ซึ่งคุณสามารถใช้เมื่อเข้าถึง forex การวิเคราะห์มูลฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค มักจะมีการถกเถียงกันอยู่เสมอว่า การวิเคราะห์แบบไหนดีกว่า, แต่ ตามความจริงแล้ว เราจำเป็นต้องรู้ทั้งสองบ้างเล็กๆน้อย ดังนั้น มาดูเป็นอย่างเป็นอย่างไป จากนั้นจะได้นำมาใช้ร่วมกันได้
การวิเคราะห์มูลฐาน
การวิเคราะห์มูลฐาน คือวิธีดูตลาดผ่านปัจจัยอิทธิพลทางเศรษฐกิจ, สังคม และการเมืองที่มีผลกระทบต่อ ปริมาณและความต้องการ อุปสงค์/อุปทาน กล่าวอีกอย่างหนึ่ง คือ คุณดูว่าเศรษฐกิจของใครกำลังไปได้ดี, และของใครกำลังแย่ แนวความคิดเบื้องหลังการวิเคราะห์ชนิดนี้ก็คือ เศรษฐกิจของใครก็ตามที่กำลังดี เงินตราของเขาก็ต้องดีด้วยเช่นกัน นี้เพราะว่า ยิ่งเศรษฐกิจของประเทศดี ประเทศอื่นๆยิ่งมีความเชื่อมั้นมากในเงินตรานั้น เป็นต้นว่า, ดอลลาร์แข็งขึ้นเพราะ เศรษฐกิจของอเมริกากำลังแข็งแรง ถ้าอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่าของเงินดอลล่าก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน และนี้เองคือสิ่งที่เราเรียกว่าการวิเคราะห์มูลฐาน ในหลักสูตร ภายหลัง เราจะได้เรียนว่าเหตุการณ์ข่าวประเภทไหนกัน ที่ผลักดันค่าเงินตราได้มากที่สุด ตอนนี้ให้รู้แค่ว่าการวิเคราะห์มูลฐานของ forex คือ วิธีวิเคราะห์เงินตราผ่านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น
การวิเคราะห์เชิงเทคนิคการวิเคราะห์เชิงเทคนิค คือ การศึกษาของการเคลื่อนไหวของราคา พูดให้สั้น คือ วิเคราะห์ทางเทคนิค = วิเคราะห์กราฟ (chart) แนวความคิดนี้ ก็คือเราสามารถดูประวัติการเคลื่อนไหวของราคา และอาศัยการขยับตัวของราคา ตัดสินคาดได้ในระดับหนึ่งว่าราคาจะไปที่จุดไหน โดยดูที่กราฟ คุณสามารถระบุแนวโน้ม และรูปแบบ ที่สามารถช่วยให้เห็นโอกาสดีในการชื้อขาย สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้เรียนรู้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ แนวโน้ม! คนจำนวนมากมีคำพูดอยู่ว่า แนวโน้ม คือ เพื่อนของคุณ . เหตุผลคือ คุณอาจทำเงินได้มากกว่า เมื่อคุณสามารถค้นพบ แนวโน้ม แล้วซื้อขายในทิศทางเดียวกัน การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถช่วยคุณระบุแนวโน้มเหล่านี้ในขั้นต้นๆ ของมัน และเพราะฉะนั้น(ผมเพิ่งพูดว่าเพราะฉะนั้นใช่ไหม )จึงช่วยให้ คุณได้โอกาสซื้อขายทำกำไรมาก
ดังนั้น การวิเคราะห์แบบไหนดีกว่า
ผมดีใจที่ คุณถามคำถามนั้น คำตอบ คือ ไม่ใช่แบบใด ทั้งนั้น คุณต้องการการวิเคราะห์ทั้งสองชนิดที่จะเป็นนักค้าที่สมบูรณ์ นี้ คือ ตัวอย่างของการโฟกัสใช้การวิเคราะห์เพียงชนิดเดียวที่นำไปสู่ความหายนะ
สมมุติว่าคุณดูที่กราฟของคุณ และ คุณเห็นโอกาสดีที่จะซื้อขาย คุณรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก คิดอยู่ว่าฝนเงินกำลังจะตกลงจากท้องฟ้าแล้ว คุณพูดกับตัวคุณเอง “โห..เราไม่เคยเห็นโอกาสซื้อขายที่สุดยอดขนาดนี้มาก่อน รักเจ้ากราฟนี่จัง” จากนั้น คุณก็ดำเนินการเข้าซื้อขายด้วยรอยยิ้มกว้างๆบนใบหน้า(ประเภทเห็นฟันทุกซี่เลย). แต่เดี่ยวก่อน .. ทันทีทันใด ราคาซื้อขายก็ขยับวูบไปถึง 30 จุด ในทิศทางตรงกันข้าม ! คุณรู้น้อยไปหน่อยว่า อัตราดอกเบี้ยได้ลดลงไปแล้วสำหรับเงินตราของคุณ และขณะนี้ทุกๆคนกำลังซื้อขายในทิศทางตรงกันข้าม รอยยิ้มกว้างก็กลายเป็นบูดเบี้ยวและ คุณเริ่มโกรธกราฟโยนคอมพิวเตอร์ของคุณลงไปกองบนพื้นแหลกละเอียด คุณเพิ่งสูญเสียเงินไปหนึ่งกล้อน, และมาตอนนี้คอมพิวเตอร์ของคุณก็พังซะแล้ว. ทั้งหมดนี้เพราะ คุณเพิกเฉยโดยสิ้นเชิงต่อการวิเคราะห์มูลฐาน
อ้างถึง:สรุป
-การวิเคราะห์มีอยู่ 2 ประเภท : เชิงมูลฐาน และทางเทคนิค
-การวิเคราะห์มูลฐาน คือการวิเคราะห์ตลาดผ่านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ( ตัวอย่างเช่น ดอลลาร์แข็งขึ้นเพราะเศรษฐกิจของอเมริกากำลังแข็งแกร่งขึ้น)
-การวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวราคา การวิเคราะห์ทางเทคนิค = กราฟ
-การวิเคราะห์ทางเทคนิคยังช่วยระบุแนวโน้มที่สามารถช่วยเราค้นพบโอกาสทำกำไรในการซื้อขาย
-เพื่อเป็นนักค้าที่สมบูรณ์, คุณต้องประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ทั้งสองร่วมกัน
อันเนื่องด้วยเกืดการขาดทุดอย่างใหญ่หลวงจาก Marketiva เลยทำให้จำใจต้องไปศึกษาวิธีเล่นกันนิดนหน่อยครับ สำหรับวิธีการที่จะบอกนี้เรียกว่า Trade the Trend นะครับ ขึ้นซื้อขายกันตาม Trend เลย ขึ้นก็ buy ลงก็ short
ถ้าใครยังไม่ได้สมัครก็ กดที่นี้เลยครับ แล้วก็แนะนำให้อ่านคู่มือของคุณ Harry2524 ก่อนนะครับ
ถ้าใครเล่นอยู่แล้วก็ต้องมีการ ติดตั้ง Indicator กันนิดหน่อยนะครับ
Indicator ก็คือพวกกราฟต่าง ๆ ครับ ทำการเพิ่มเติมได้โดยกดเมาส์ขวาที่ส่วนของ Charting เลือก Add Indicator จะเห็นรายการกราฟแบบต่าง ๆ มากมายครับ ในที่นี้จะพูดถึงประมาณ 6 - 7 แบบครับ
ขั้นแรกขอให้ทำการ Remove Indecator เก่าออกให้หมดก่อนนะครับ โดยการคลิกเมาส์ขวาที่ส่วนของ Charting เลือก Remove Indicator ครับ[/url]
ถ้าใครใช้กราฟแบบอื่น ๆ อยู่สำหรับวิธีการนี้ต้องใช้กราฟแบบ Line นะครับ ทำการเปลี่ยนได้โดยการคลิกเมาส์ขวาที่ส่วนของ Charting แล้วเลือก Style -> Line ครับ
หลังจากนั้นจะเห็นหน้าต่างของ Charting เป็นแบบข้างล่างนี้ครับ
หลังจากเราได้หน้าต่างกราฟแบบข้างบนแล้ว ก็พร้อมสำหรับการเพิ่มเติม Indicator ที่เราต้องการเข้าไปครับ
ขั้นตอนการ Add คือผมจะบอกชื่อของ indicator และ Parameter ต่างของของกราฟนะครับ
วิธีการ Add คือ คลิกเมาส์ขวาที่ส่วนของ Charting เลือก Add Indicator แล้วเลือกชื่อ Indicator ที่ต้องการครับ หลังจากคลิกแล้วจะปรากฏกราฟ และส่วนให้ปรับแต่ง Parameter ทางด้านซ้ายดังเช่นตัวอย่างดังรูปนะครับ แต่อย่าเพิ่มกดเพิ่มนะครับ เดี๋ยวค่อย ๆ เพิ่มไปพร้อมกัน
ก่อนเราจะเริ่มเพิ่ม Indicator ขอแนะนำวิธีบันทึก Indicator ที่เราจะเพิ่มครับ เพราะว่าถ้าเราไม่ทำการบันทึก Indicator ที่เราได้ทำไว้ หลังจากต่อใหม่ Indicator จะหายไปทั้งหมด คงไม่อยากมานั่งเพิ่มกันใหม่นะครับ
วิธีบันทึก Indicator ก็คือ คลิกเมาส์ขวา เลือก Save Chart...
แล้วก็ใส่ชื่อที่ต้องการบันทึกลงไปนะครับ ถ้ากลัวมันหลุดหรือหาย ก็เพิ่มไปบันทึกไปก็ได้ครับ
ต่อไปนี้ก็จะเป็นขั้นตอนการเพิ่ม Indicator แล้วนะครับ ก็ทำการ Add Indicator ตามชื่อ และ Parameter ตามที่ผมบอกนะครับ เพิ่มความเข้าใจตรงกันขอแนะนำให้เปลี่ยนสีตามที่บอกนะครับ
1. Moving Average
Type : Exponential
Period : 10
Line Color : แดง
2. Moving Average
Type : Exponential
Period : 10 (พิมพ์ผิดครับ ให้แก้เป็น 50 ครับ)
Line Color : น้ำเงิน
3. Bollinger Bands
Type : Exponential
Period : 20
Multiple : 2.0
Upper Line Color : เขียวอ่อน
Lower Line Color : เขียวเข้ม
4. Parabolic SAR
Acceleration : 0.020
Maximum : 0.20
Color : น้ำตาล
5. Moving Avg Conv./Divergence (MACD)
Fast EMA Period : 12
Slow EMA Period : 26
MACD SMA Period : 9
MACD Color : น้ำเงิน
Signal Color : แดง
Histogram Color : ดำ
6. Relative Strength Index (RSI)
Period : 14
Line Color : สีอะไรก็ได้ครับ เห็นชัด ๆ ก็ดี
7. Stochastic Slow
FastK Period : 5
SlowK MA Type : Exponential
SlowK Period : 3
SlowD MA Type : Exponential
SlowD Period : 3
SlowK Color : น้ำเงิน
SlowD Color : แดง
โอ้ย เยอะจังเหนี่อย :? หลังจากเสร็จแล้วหน้าต่าง Charting ของเราก็จะเป็นแบบนี้ครับ
:!: โอ้ว นี่มันอะไรกันเนี่ย เยอะแยะไปหมด ใจเย็นครับอย่าเพิ่งตกใจ ขั้นตอนต่อไปเราจะมาสอนวิเคราะห์กัน
เรามาดูกันดีกว่าว่า กราฟมากมายขนาดนี้ดูกันยังไง วิธีการวิเคราะห์ไม่ยากครับ ขั้นแรกให้คุณหาเส้น Price Line มันคือเส้นของราคาขณะนั้นแหละครับ เป็นเส้นสีดำนะครับ
การวิเคราะห์ขั้นแรกก็คือ ถ้าเส้น Price Line อยู่ต่ำกว่าทุกเส้น (Stochastic , RSI , MACD ไม่เกี่ยวนะครับ) แสดงว่าราคากำลังลง แต่ถ้าอยู่เหนือเส้นทุกเส้น แสดงว่าราคากำลังขึ้นครับ
หลังจากวิเคราะห์ขั้นแรกแล้ว ก็ต้องใช้อีกสามกราฟด้านล่าง เพื่อยืนยันว่าถูกต้องครับ
ผมจะสาธิตให้ดูจากรูปด้านหลังนี้นะครับ
วิเคราะห์ขั้นแรก :
จากจุดสีแดงจะเห็นว่าเส้น Price Line ลงมาตัดกับเส้นทุกเส้น จุดนั้นเรียกว่า Break Out ถ้าเกิดแบบนี้ท้ายไว้ก่อนว่าราคากำลังจะตกลง
วิเคราะห์ขั้นสอง :
ให้ดู Parabolic SAR ก็คือจุดรูปสี่เหลี่ยม สีน้ำตาลที่อยู่เหนือเส้น Price Line ถ้าอยู่ด้านบนก็แสดงว่าราคากำลังลง ผ่านมาถึงขึ้นนี้ก็เกือบแน่ใจได้แล้วครับว่ากำลังลงแต่ต้องดูอีก 3 กราฟก่อน
วิเคราะห์ขั้นสุดท้าย :
จากจุดสีเขียวจะแสดงให้เห็นว่าเส้นสีน้ำเงินอยู่ต่ำกว่าเส้นสีแดง แสดงว่าราคากำลังลง
จากจุดสีน้ำเงินจะแสดงให้เห็นว่า เส้น RSI กำลังลงมาต่ำกว่า 50 (คือต่ำกว่าเส้นตรงกลางครับ)แสดงว่าราคากำลังลงครับ
จากจุดสีดำจะแสดงให้เห็นว่า กราฟแท่งของ MACD กำลังหมุนลงไปอยู่ในทิศทางลบ(คือต่ำกว่า 0 ครับ) แสดงว่าราคากำลังลงอีกแล้วครับ
ยืนยันขั้นสุดท้าย :
ตรวจสอบว่าเส้นสีน้ำเงินข้างบน(Moving Average : 50) อยู่ใน Trend ที่ถูกต้อง คือเส้นสีน้ำเงินไม่ได้แสดงให้เห็นว่าราคากำลังขึ้น
ถ้าเส้นสีน้ำเงินเอียงขึ้นไม่ควรทำการ Short นะครับ เพราะอาจจะผิดพลาดได้
ถ้ายังไม่เข้าใจเท่าที่ควร ขอยกอีกหนึ่งตัวอย่างครับ usd/jpy เมื่อวันที่ 19/12/2005 ครับ
วิเคราะห์ขั้นแรก :
จากจุดสีแดงจะเห็นว่าเส้น Price Line ขึ้นไปตัดกับเส้นทุกเส้น แสดงว่าราคากำลังจะขึ้น
วิเคราะห์ขั้นสอง :
Parabolic SAR อยุ่ใต้เส้น Price Line แสดงว่าราคากำลังจะขึ้นครับ
วิเคราะห์ขั้นสุดท้าย :
จากจุดสีเขียวจะแสดงให้เห็นว่าเส้นสีน้ำเงินอยู่เหนือเส้นสีแดง แสดงว่าราคากำลังจะขึ้น
จากจุดสีน้ำเงินจะแสดงให้เห็นว่า เส้น RSI กำลังลงขึ้นไปเหนือ 50 แสดงว่าราคากำลังขึ้น
จากจุดสีดำจะแสดงให้เห็นว่า กราฟแท่งของ MACD กำลังขั้นไปอยู่ทางบวก ก่อนหน้านั้นอยู่ 0 พอดีครับ แสดงว่าราคากำลังจะขึ้น
แล้วสุดท้ายตรวจสอบว่าเส้นสีน้ำเงิน (Moving Average : 50) ซึ่งอยู่ใน Trend ปกติ ไม่ขัดกับสัญญาณที่ได้มาทั้งหมดครับ
จากที่แนะนำวิธีวิเคราะห์เบื้องต้นมาทั้งหมดสรุปได้ว่า
1. ดู Price Line ว่าอยุ่เหนือหรือต่ำกว่าเส้นทั้งหมด
2. ตรวจสอบ Parabolic SAR
3. ตรวจสอบ 3 กราฟด้านล่าง
4. ตรวจสอบ Moving Average : 50 ว่าอยุ่ใน Trend ที่ถูกต้องไม่สวนกับสัญญาณที่ได้มา
อย่าลืมตรวจสอบ Moving Average ทุกครั้งนะครับ พลาดได้ง่าย ๆ ครับ
Stop-Lose ที่แนะนำประมาณ 20 - 25 จุดนะครับ หรือไม่ควรเสียเกิน 10 % ของเงินที่มี
ส่วนถ้าได้แล้วควรจะออกจากการเล่นเมื่อไรแนะนำว่าซัก 20 จุดก็พอแล้วครับ
แต่เราสามารถดูได้จาก Parabolic SAR ได้ด้วยนะครับ ถ้า Parabolic SAR สวนทางเมื่อไรออกได้เลยครับ
การวิเคราะห์คราว ๆ ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้นครับ
ขอย้ำว่านี่เป็นการวิเคราะห์คราว ๆ ถ้าเป็นการวิเคราะห์จริง ๆ จะต้องมีองค์ประกอบอีกหลายอย่างครับ นี้เป็นแค่เพียงการทำนายอนาคตที่ใกล้เคียงที่สุดครับ
เอาไปปรับปรุงประยุกต์ตามสบายเลยครับ แนะนำว่าถ้าตัวไหนเล่นแล้วได้ วันนั้นไม่แนะนำให้เล่นอีกครั้งครับ
ยังมีอีก 2 วิธีวิเคราะห์สำหรับการวิเคราะห์กราฟแบบนี้นะครับ ไว้จะเอามาลงเพิ่มครับ
ถ้าผมพิมพ์ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุก ๆ คนมีความสุขกับการเล่น Marketiva นะครับ หวังว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์สำหรับทุก ๆ คนนะครับ ขอให้ทุกคนเล่นได้ ๆ ๆ กันมากกว่า เสีย นะคร้าบบบบบบบบบ
หมายเหตุ : ถ้าใครสงสัยหรือไม่เข้าใจตรงไหน ยินดีให้คำแนะนำครับ หรือถ้าอยากได้คำตอบเร็ว ๆ ทาง MSN ก็ได้ครับ
อีกนิดบทความทั้งหมดนี้ผมอ่านแล้วแปลมาจาก The Day Trade Forex System ครับ
daytradeforex.com[/b